[Fic khunwoo] Love and hate 4

posted on 07 Nov 2015 12:47 by ilovekw

Title:Love and hate 4

Couple: KhunWoo  OKKay

Writer: ilovekw

Rate : PG 

Gente :  dark drama and Romantic

ฟิคเรื่องนี้ที่เกิดจากจินตนาการของไรทเตอร์ enjoy reading ^^

 

 “ผมให้พวกคุณไปหาศัลยแพทย์ทางสมองที่เก่งๆมาผ่าตัดให้อูยอง  แต่ก่อนอื่นต้องส่งโปรไฟล์มาให้ผมพิจารณาก่อน ภายในหนึ่งเดือน”  แทคยอนสั่งก่อนนะเดินออกจากห้องนี้ไปเงียบๆ เขารู้ดีว่าการหาศัลยแพทย์ทางสมองเก่งๆให้ได้ภายในหนึ่งเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ ในเกาหลีไม่ค่อยจะมีนัก ถึงมีก็คงผ่าตัดให้เคสน้องเขาไม่ได้แน่นอน แต่ถ้ายิ่งปล่อยไว้นานน้องชายเขาก็ยิ่งจะแย่   ทันที่ที่เดินออกจากห้องรับรอง ร่างสูงรีบก้าวขายาวๆเดินตรงไปหาน้องที่ห้องพักคนป่วยระดับ VIP ทันที

แทคยอนลากเก้าอี้มานั่งลงใกล้ๆเตียงคนป่วย อูยองมองพี่ชายตาปริบๆ เพราะไม่รู้พี่ชายเขาเครียดอะไรนัก ก็ตั้งแต่เปิดประตูเดินเข้ามาพี่แทคยอนเอาแต่คิ้วขมวดปม จนตอนนี้ก็ยังนั่งหน้าเครียดอยู่เลย 

 

“พี่แทคยอนปวดหัวเหรอฮะ หรือว่าไม่สบายอะไรหรือเปล่าทำไมดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย ให้น้องตรวจให้มั้ยฮะ” เสียงใสเอ่ยทักคนเป็นพี่ที่เอาแต่นั่งหน้าเครียดไม่พูดไม่จาอะไรแถมยังเอาแต่มองเขาแล้วก็ได้แต่ถอนหายในออกมายาวๆ

 

“หืม สีหน้าพี่มันเป็นแบบนั้นเหรอ?”    แทคยอนเลิกคิ้วถาม     เขารู้ตัวดีว่ามีเรื่องให้เครียด แต่ไม่ยักจะรู้ว่าตัวเองแสดงออกทางสีหน้าจนน้องชายเขาต้องเอ่ยทักขนาดนั้น

 

“ก็ใช่หน่ะสิครับ ดูสิยังเครียดอยู่เลย เครียดเรื่องอะไรฮะ?” 

 

“ป่าวหรอก ไม่มีอะไร ว่าแต่เราเถอะจุนโฮบอกพี่ว่าน้องยังไม่ทานข้าวตั้งแต่เมื่อเช้า พี่สั่งให้พยาบาลเอาข้าวมาส่งแล้วล่ะ”

 

“ไม่เอาอ่ะ ตอนนี้ยังปวดหัวอยู่เลย น้องไม่หิว”  ทันทีที่อูยองพูดจบประโยคพยาบาลก็เอาข้าวมาส่งพอดี นี่เป็นข้าวมื้อแรกของวันเลยนะ แต่อูยองกลับมองแล้วมุ้ยหน้าอย่างขัดใจ ก็เพราะอาการปวดหัวมันเลยทำให้อูยองรู้สึกไม่อยากจะกินอะไรเลย

 

“ไม่หิวก็ต้องกินนะ มาพี่ป้อน”    แทคยอนประครองให้น้องลุกขึ้นนั่ง

 

“ไม่หิวฮะ...น้องปวดหัวอยู่” อูยองงอแงแล้วมุ้ยหน้าให้กับพี่ชายที่กำลังตักข้าวรอที่จะป้อน

 

 แทค ยอนจะไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมากมายถึงดุไปก็งอแงอีกอยู่ดี นี่ก็ปาไปบ่ายสามกว่าๆแล้ว ขืนไม่ยอมทานข้าว มีหวังได้เป็นโรคกระเพาะอีกโรคแน่ๆ แทคยอนจึงใช้ไม้ตายที่จะสยบน้องได้คือเพียงแค่เงียบแล้วส่งสายตาดุๆมองน้อง ที่กำลังงอแงเพียงแค่นี้เด็กที่กำลังงอแงอยู่ก็ยอมทานข้าวแต่โดยดี  อูยองรู้ดีว่าความเงียบของพี่ชายนั้นน่ากลัวเหนือสิ่งอื่นใด  ปากเล็กอ้าปากงับข้าวที่พี่แทคยอนป้อนทันที ถึงจะเป็นการป้องข้าวกันแบบขัดใจแต่ก็ยังดีที่อูยองยอมทานจนหมด  หลังจากนั้นก็ทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวต่อ    

 

 

“พี่แทคยอน~”   อูยองเรียกชื่อพี่ชายด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

“หืม?”  คนที่กำลังจัดแจงเก็บจานข้าวที่พึ่งจะป้อนอูยองเสร็จหันมาขานรับ น้ำเสียงออดอ้อนนำมาขนาดนี้เขาคิดว่าน้องต้องมีอะไรในใจที่อยากจะถามแน่ๆ แต่ก็คงไม่พ้นคำถามที่เขายังไม่อยากตอบน้องตอนนี้เป็นแน่แท้

 

“พี่ไปคุยกับอาจารย์หมอว่ายังไงเหรอฮะ อาจารย์บอกว่าน้องเป็นอะไรบอกน้องหน่อยสิ”

 

นึกแล้วไม่มีผิด    “อืม.. เอ่อ...อาจารย์หมอของน้องบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้พักผ่อนให้เยอะๆ แล้วก็อย่าคิดอะไรมาก”    

 

“แต่ว่าจุนโฮบอกอาจารย์หมอส่งน้องไปตรวจสแกนสมองด้วย  น้องอยากรู้ผลสแกนฮะ”   มันจะไม่เป็นอะไรมากได้ยังไง ฟังจากที่จุนโฮเล่าให้ฟังอาการของเค้าดูยังไงก็ไม่ปกติ  แถมอาจารย์ยังส่งสแกนสมองอีก

 

“พี่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไง”

 

“พี่แทคยอนโกหก! ถ้าพี่ไม่บอก น้องจะไปขอดูผล CT สแกนด้วยตัวเองก็ได้!”  อูยองหน้าบึ้งให้กับพี่ชายตัวเอง        อูยองรู้ดีว่าพี่ชายของเขาไม่เคยโกหก ถึงจะโกหกก็ไม่เคยเนียนเลยสักนิดอูยองจับได้ตลอดนั่นแหละ                     ครั้งนี้ก็เหมือนกัน คิดจะมาโกหกเรื่องอาการป่วยกับว่าที่คุณหมอได้ยังไงกัน

 

แทคยอนมองหน้าคนที่กำลังหน้าบึ้งตึงใส่เขาอยู่ตอนนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ก็ใช่ว่าแทคยอนจะอยากโกหกน้อง เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่อยากให้อูยองคิดมากไปกว่านี้  ในเมื่ออูยองบอกจะไปขอดูผลตรวจเองขนาดนี้  จะเลี่ยงยังไงก็คงไม่ได้แล้วล่ะ น้องเป็นถึงว่าที่คุณหมอ ดูผลตรวจแป๊บเดียวก็สามารถวินิฉัยโรคเองได้แล้ว

 

“อูยอง คือตอนนี้พี่แค่ไม่อยากให้น้องคิดอะไรมาก เพราะพี่รู้ว่าน้องมีเรื่องให้เครียดมากพอแล้ว”

 

“บอกมาเถอะฮะพี่แทคยอน น้องรับไหว”    

แทคยอนมองหน้าน้อง เขาแทบอยากจะร้องไห้ คนเป็นพี่ทำไมจะไม่รู้ว่าอูยองพูดว่ารับไหวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ในใจนั้นไม่ได้เข้มแข็งแบบคำพูดที่เอ่ยออกมาหรอก   ไม่รู้ทำไมน้องของเขาถึงได้เจอแต่เรื่องร้ายๆ แทคยอนลำบากใจที่จะบอกเรื่องนี้กับน้อง แต่ยังไงสุดท้ายก็ต้องบอก  คนเป็นพี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างลำบากใจก่อนจะบอกกับน้อง

 

“น้องมีเนื้องอกที่สมอง”

พออูยองได้ยินคำตอบที่ตัวเองอยากฟังถึงกับนั่งก้มหน้าเงียบทันที อูยองรู้ดีว่าความเครียด และพักผ่อนไม่เพียงพอมันเป็นบ่อเกิดของโรคที่อูยองกำลังเผชิญกับมันอยู่ตอนนี้ แต่เขาก็เลี่ยงมันไม่ได้ เพราะคนคนเดียว       แทคยอนเห็นน้องเม้มปากแน่นคงจะพยายามจะกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ แทคยอนทำได้เพียงลูบหัวน้องเบาๆเขาสัมผัสได้ว่าร่างเล็กสั่นเทาไปทั่วร่าง  มืออีกข้างของพี่ชายกุมมือน้องชายไว้แน่น

 

“อูยองแต่อาจารย์หมอของน้องบอกไม่ได้เป็นเนื้อร้าย ไม่ต้องกังวลนะ”   แทคยอนพยายามพูดปลอบใจน้อง ช่วงนี้เหมือนเป็นช่วงมรสุมชีวิต ทำให้อูยองได้เจอแต่เรื่องร้ายๆ ตอนนี้อูยองจิตใจเปราะบางมาก  เขาอยากจะภวนาให้เรื่องร้ายๆหมดลงเพียงเท่านี้ ไม่อยากให้อูยองรู้สึกย่ำแย่ไปกว่านี้

 

“พี่แทคยอนครับ…...”  เอ่ยเรียกชื่อพี่ชายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อูยองมองหน้าพี่ชายด้วยความกังวล ตาเรียวเล็กกำลังมีน้ำตาเอ่อคลออยู่

 

“อย่ากังวลไปเลย” แทคยอนรีบรั้งร่างน้อยมากอดปลอบพร้อมลูบหลังน้องอย่างปลอบโยน        อูยองปล่อยโฮออกมาอย่างหนักในอ้อมกอดของพี่ชายพักใหญ่ๆ ก่อนจะผละออกมา มือเล็กรีบยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้ม

 

“อีกนานมั้ยครับถึงจะได้ผ่าตัด”

 

“ตอนนี้ที่โรงพยาบาลยังไม่มีศัลยแพทย์เฉพาะทางสมอง พี่สั่งให้ไปหาหมอเฉพาะทางที่เก่งๆมาผ่าตัดให้น้อง คงไม่เกินหนึ่งเดือนนะ อดทนอีกนิดนึง”

 

“น้องยังไม่อยากผ่าตัดเร็วๆนี้ ”   

 

“หืม?  กลัวเหรอ ไม่ต้องกลัวนะอูยอง  ยังไงน้องก็ต้องปลอดภัย ”     

 อูยองส่ายหน้าให้พี่ชาย อูยองไม่กลัวที่จะได้ผ่าตัด แต่สิ่งที่อูยองกลัวมากที่สุดคือเขาจะเรียนไม่จบพร้อมเพื่อน  อูยองรู้ดีว่าการผ่าตัดสมองต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน ขึ้นอยู่กับว่าผลหลังจากการผ่าตัดอาการจะดีขึ้นหรือเปล่า เพราะการผ่าตัดสมองมีผลกระทบกับร่างกายหลายๆอย่าง ต้องได้รับการบำบัดเป็นเวลานานอาจจะเป็นเดือน สองเดือน        หกเดือน จนถึงเป็นปี หรืออาจมากกว่านั้น

 

 “ถ้าผ่าตัดน้องก็ต้องดรอปเรียน น้องจะเรียนไม่จบพร้อมเพื่อน จะเรียนไม่จบพร้อมจุนโฮ” 

พอคิดว่าจะไม่จบพร้อมเพื่อน อูยองก็จะร้องไห้อีกแล้ว อูยองเคยมีความฝัน ถ้าเรียนจบอูยองจะออกไปเป็นแพทย์อาสาในที่ห่างไกลความเจริญสักพักนึงกับ....กับนิชคุณ... แต่ตอนนี้เขาคงไม่ได้ไปทำตามความฝันกับคนนั้นแล้ว  ถ้าเกิดอูยองผ่าตัดตอนนี้ มันจะทำให้อูยองเรียนไม่จบพร้อมเพื่อนแน่ๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องพักฟื้นอีกนานแค่ไหนถึงจะกลับมาเรียนได้   ทำไมคนคนเดียวถึงทำชีวิตเขาพังได้ขนาดนี้

 

“พี่บอกแล้วไงว่าอย่าคิดมาก ห่วงสุขภาพตัวเองก่อนเถอะ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” แทคยอนไม่รู้จะปลอบน้องยังไงให้หายเครียดดี ปัญหาอะไรๆก็ถาโถมเข้ามาเหลือเกิน จนตอนนี้น้องเขาจะรับมันไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้แทคยอนอยากจะช่วยแบกปัญหาทั้งหมดนั่นไว้เองเหลือเกิน

.

.

.

.

 

พอแทคยอนมานั่งนึกถึงประโยคที่หมอพูด เขาก็ได้แต่นั่งพ่นลมหายใจออกมายาวๆหลายต่อหลายครั้ง พยายามจะปัดเป่าความเครียดออกไปจากสมองแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะเขาทั้งคิดมาก ทั้งสงสารน้องที่ตอนนี้เจอแต่เรื่องแย่ๆเข้ามาในชีวิต  ถึงหมอจะบอกว่าเนื้องอกที่เกิดในสมองของอูยองพึ่งเกิดยังมีขนาดไม่ใหญ่ แล้วก็ไม่ได้เป็นเนื้อร้ายอะไร        ถ้าการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี อูยองก็จะหายขาด  แต่ยังไงก็ยังไม่โล่งใจอยู่ดี

                              

                                     “ตอนนี้ยังไม่เป็นเนื้อร้าย แต่ปล่อยไว้นานก็ไม่ดีเหมือนกัน”

 

                      “และที่สำคัญการผ่าตัดมีความเสี่ยง เพราะเนื้องอกเกิดในจุดที่อันตราย”

 

ประโยคที่หมอพูด มันวนเข้ามาในหัว เขาจะทำยังไงให้ได้หมอเก่งๆมาผ่าตัดให้อูยองได้เร็วที่สุด

 

ก๊อก ก๊อก.... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามทีพอเป็นมารยาทก่อนที่มินจุนจะเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องทำงานของแทคยอน 

 

“เครียดอยู่เหรอแทคยอน”  ประโยคแรกที่มินจุนเอ่ยทักเพราะเห็นสีหน้าของแทคยอนแล้วมันบ่งบอกว่าเป็นอย่างงั้น   

 

 แทคยอนพยักหน้าให้เบาๆ

แทคยอนดูเครียดเรื่องของอูยองทุกวันเพราะกลัวน้องจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้    จิตแพทย์อย่างมินจุนก็กลัวแทคยอนจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วก็จิตตกไปอีกคน ช่วงนี้เลยแวะเข้ามาหาแทคยอนทุกวัน ถึงแม้งานตัวเองจะยุ่งมากก็ตาม แต่แทคยอนนั้นงานยุ่งกว่าเขาเยอะ ประชุมแทบจะทุกวันจนไม่มีเวลาได้ออกจากบริษัทจนกว่าจะค่ำ

 

“เห็นหน้านายค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย”  แทคยอนยังไม่วายที่จะพูดหยอดคำหวานให้กับหวานใจของตัวเอง ทำเอาคนโดนหยอดแทบจะตั้งรับไม่ทัน

 

มินจุนยิ้มรับเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของแทคยอน แต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าปนกับความเครียด

 

“หน้าฉันมันช่วยให้นายรู้สึกดีขึ้นขนาดนั้นเลยเหรอแทคยอน งั้นคนไข้ที่มาหาฉันก็หายเครียดเพราะได้เห็นหน้าฉันสินะ”  มินจุนเอ่ยพลางขำ

 

“ย่าห์!! แค่ฉันคนเดียวสิที่เห็นหน้านายแล้วรู้สึกดี คนอื่นจะไปรู้สึกดีทำไมล่ะ  ไม่รู้ล่ะช่วงนี้เครียด นายต้องมาหาฉันบ่อยๆด้วย เพราะฉันเครียด! เครียดมากด้วยมินจุน!” 

มินจุนนั่งมองแทคยอนที่กำลังนั่งกอดอกบวกกับการเอาแต่ใจตอนนี้ก็อดจะขำไม่ได้  บทจะงอแงนี่ก็ตลกดีเหมือนกัน ร่างก็ใหญ่ งอแงก็ไม่ได้น่าเอ็นดูเลยสักนิด

 

 “นี่แทคยอนอ่า จริงๆฉันไม่อยากให้นายเครียดไปกว่านี้นะ คิดดูว่าถ้าอูยองรู้ว่านายเครียดขนาดนี้ อูยองคงรู้สึกผิด แล้วน้องก็จะรู้สึกแย่แน่ๆ นายก็รู้น้องชอบโยนความผิดให้ตัวเอง ”

 

“อืม ต่อหน้าน้องฉันก็พยายามจะไม่เครียดแหละมินจุน”

 

“ถ้านายเห็นหน้าฉันแล้วหายเครียด ฉันจะมาหานายวันละสามมือหลังอาการเลยดีมั้ย”    ฟังแบบนั้นแทคยอนได้แต่หัวเราะออกมาน้อยๆ    

มินจุนแค่อยากช่วยแทคยอนเท่าที่เขาสามารถจะช่วยได้ ตอนนี้เขาก็ช่วยเป็นจิตแพทย์ให้อูยอง เขาไม่อยากให้อูยองจิตตกและเครียดไปมากกว่านี้ เพราะยังไงซะความเครียดมันมีผลต่อสมองของอูยองอยู่แล้ว  นี่ก็ช่วยบำบัดให้อูยองจิตใจปกติและสดใสขึ้นได้แล้ว   แต่ตอนนี้เขาไม่อยากจะเป็นจิตแพทย์ให้แทคยอนไปอีกคน มันไม่ดีแน่ถ้าพี่น้องสองคนนี้กอดคอกันเครียด

 

“ฉันก็หวังว่ามันจะผ่านไปได้เร็วๆ”

 

“มันต้องผ่านไปด้วยดีสิเชื่อฉันเถอะ แทคยอนดูนี่สิฉันชื้ออะไรมาเยอะแยะมาทานกันฉันรู้นายยังไม่ได้ทานอะไร” 

แทคยอนมองคนตรงหน้าแกะถุงขนม แล้วก็ของกินอย่างอื่นออกมาวางเรียงกัน แล้วอดขำไม่ได้

“ซื้อมาเยอะขนาดนี้ นายจะซื้อมาเลี้ยงคนทั้งบริษัทฉันหรือไงมินจุน”

มินจุนหันมามองค้อนใส่ทันที “แล้วจะกินมั้ยครับอ๊คแทคยอน!!!”

“กินครับผม...”

.

.

.

.

.

.

.

.

ถึงวันที่แทคยอนขีดเส้นเดดไลน์ไว้สำหรับการส่งรายชื่อแพทย์ที่จะเข้าผ่าตัดอูยองแล้ว จริงๆเขาไม่อยากทำแบบนี้เลยเพราะมันเป็นการเร่งรัดเกินไป แต่ด้วยความที่หมอบอกยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งไม่ดี มันเลยบีบบังคับให้เขาต้องทำแบบนี้เพราะไม่มีทางเลือกอื่น       แทคยอน มินจุน และแพทย์ประจำตระกูลของเขา เดินทางมาโรงพยาบาลเพื่อพิจารณารายชื่อแพทย์ที่จะผ่าตัดให้กับอูยอง ทันทีที่ลงจากรถบอดี้การ์ดก็เดินนำไปยังห้องรับรองของโรงพยาบาลทันที ในห้องนั้นมี อาจารย์หมอของอูยอง แล้วก็หมอท่านอื่นๆมานั่งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว  หัวโต๊ะเป็นแทคยอน      ข้างซ้ายเป็นมินจุน และ ขวามือเป็นแพทย์ประจำตระกูล

“วันนี้เป็นวันเดดไลน์แล้ว ศัลยแพทย์ที่เก่งๆ พอจะหาได้บ้างมั้ยครับ?”  แทคยอนเอ่ยด้วยสีหน้ากังวล

 

“ด้วยความที่เรามีเวลาจำกัด และศัลยแพทย์เฉพาะทางนั้นมีให้เลือกไม่มากครับ”  อาจารย์หมอเอ่ยขึ้น  แทคยอนพยักหน้ารับ เขาก็ต้องยอมรับในข้อนี้ให้ได้ เพราะเขานั่นแหละเป็นคนกำหนดเวลาเอง

 

“ลองเสนอมาก่อนเถอะครับ”

 

อาจารย์หมอเปิดสไลด์ไล่รายชื่อแพทย์และผลงานการผ่าตัดให้แทคยอนดูทีละคนๆ เท่าที่ดูไม่เห็นว่าจะมีหมอคนไหนไม่เคยผ่าตัดไม่พลาด แล้วยิ่งเคสของอูยอง เนื้องอกเกิดในจุนที่อันตรายถ้าเกิดผ่าตัดน้องเขาพลาดขึ้นมาล่ะจะทำยังไง

 

จนกระทั่ง.......

                  

 

 

 

ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง : นายแพทย์นิชคุณ หรเวชกุล 

ผลงานการผ่าตัด  : ไม่เคยผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

 

พอ ถึงสไลด์ศัลยแพทย์ท่านนี้อาจารย์หมอได้อธิบายเพิ่มเติมว่า หมอคนนี้เขาจบเกรียตินิยมที่มหาวิทยาลัยเกาหลี และได้ทุนไปต่อเฉพาะทางที่อเมริกา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการผ่าตัดและการรักษาทางด้านสมองอยู่แล้ว แถมยังเก่งจนสามารถเรียนจบได้ภายนเวลาปีกว่าๆและเป็นที่ยอมรับของอาจารย์ที่ นั่นอีกด้วย

 

           “ผมว่าหมอคนนี้น่าสนใจดีนะ”   แพทย์ประจำตระกูลเอ่ยขึ้น 

 

“ผมไม่เอาหมอคนนี้!”  แทคยอนปฏิเสธเสียงแข็ง  จนทุกคนในห้องต้องหันมามองต้นเสียงด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงไม่เอา ทั้งๆที่หมอคนนี้เก่ง ประวัติการทำงานไม่เคยผ่าตัดคนไข้พลาดเลยแม้แต่คนเดียว  

 

            “ทำไมล่ะครับคุณแทคยอน หมอคนนี้ฝีมือดีมากเลยทีเดียว น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วนะครับสำหรับเวลาที่จำกัดแบบนี้”   อาจารย์หมอเสริมขึ้น

 

            “ผมไม่เอาคนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องผมป่วยมาผ่าตัดให้น้องของผมหรอกนะ”

 

พูดจบแทคยอนก็รีบลุกเดินออกจากประตูไปทันที โดยมีมินจุนรีบเดินตามออกไปติดๆ

แทคยอนขึ้นไปนั่งสงบสติอารมณ์บนรถ ไม่นานมินจุนก็ตามขึ้นมา

 

“หมอทั้งโลกมีเก่งอยู่คนเดียวเหรอ คนอื่นไม่มีแล้วเหรอ?”   แทคยอนบ่นออกมาอย่างหัวเสีย  ถ้าขืนเอานิชคุณมาผ่าตัดให้อูยอง  อูยองจะไม่อกแตกตายก่อนพอดีเหรอ ตอนนี้นิชคุณคือคนเดียวที่อูยองไม่อยากจะเห็นหน้า ไม่อยากได้ยินชื่อ แล้วเขาจะเลือกคนคนนี้มาผ่าตัดให้น้องได้ยังไง แค่คิดก็ตลกแล้ว   มินจุนได้แต่ลูบแขนแทคยอนให้ใจเย็นลงก่อน  “แทคยอนฉันรู้นะว่ามันเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับอูยอง และเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับนาย”    มินจุนก็ไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกกับการที่จะเอานิชคุณมาเป็นหมอผ่าตัดให้อูยอง เขานึกไปถึงเรื่องจิตใจของอูยอง คงอดทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวแน่ๆ เจ็บปวดด้วยการผ่าตัดไม่พอ ยังจะให้อูยองต้องเจ็บปวดใจอีกหน่ะเหรอ

 

“แล้วฉันต้องทำยังไงดีมินจุน”

 

มันยากนะที่เขาจะบอกแทคยอนว่าอย่าเครียด ในเมื่อเขาเองยังเครียดเลย มินจุนดีใจนะที่ตอนนี้ร่างกายและจิตใจ      อูยองกำลังดีขึ้น พร้อมที่จะรับการผ่าตัดแล้ว แต่ถ้าอูยองรู้ว่านิชคุณเป็นคนผ่าตัดให้ อาการหลังจากการผ่าตัดจะไม่ทรุดไปใหญ่เหรอ ยิ่งช่วงพักฟื้น ถ้าร่างกายจิตใจอ่อนแอยิ่งจะอันตรายแบบนี้ยิ่งจะน่าเป็นห่วง

“ฉันคิดว่าเราต้องมีทางออกที่ดีแทคยอน”

.

.

.

.

.

อาจารย์หมอที่มหาวิทยาลัยเกาหลีได้มีการติดต่อมาหานิชคุณเพื่อขอเรียกตัวให้ไปผ่าตัดสมอง คนไข้คนนึง ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ทรงอิทธิพลกับทางการแพทย์เกาหลี  เขากำลังตัดสินใจว่าจะไปดีไหม ตอนนี้เรียนจบแล้วก็จริง แต่แผนการกลับเกาหลีของนิชคุณคืออีกสามเดือนข้างหน้าเพราะตอนนี้ยังต้องเป็นที่ปรึกษาให้กับทีมแพทย์ที่อเมริกา    ก็เพราะความเก่งและการชำนาญการเรื่องการผ่าตัดสมอง จนทำให้เขาได้รับการไว้วางใจอย่างมากทั้งๆที่เขาพึ่งเรียนจบศัลยแพทย์ทางด้านสมองมาใหม่ๆ   

 

แต่ยังไงซะก็ขออ่านชาร์ตคนไข้ก่อนเผื่อว่าจะได้ไม่ต้องไปเอง อาจจะส่งทีมแพทย์ที่นี่ไปแทน   นิชคุณกำลังนั่งอ่านชาร์ตอาการและผลตรวจของคนไข้อย่างเงียบๆ และไปสะดุดตาเข้าให้กับชื่อคนไข้

คนไข้ -จางอูยอง- 

ทันทีที่เห็นชื่อคนไข้ หัวใจเขาแทบจะหยุดเต้น  เรี่ยวแรงอยู่ๆก็หมดไปเอาซะดื้อๆ แม้กระทั่งแผ่นชาร์ตผลตรวจที่อยู่ในมือเขายังไม่มีเรี่ยวแรงจะจับมันไว้   พอรู้ว่าคนไข้คนนั้นคืออูยอง    นิชคุณตัดสินใจจะเป็นคนไปผ่าตัดให้ทันที เขาไม่แม้แต่จะลังเลใจเพราะไม่อยากให้อูยองเป็นอะไรไป เขารีบโทรแจ้งกับอาจารย์ผู้ที่ติดต่อมาทันที      แต่อาจารย์กลับบอกมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น  ไม่ใช่ว่าคุณตัดสินใจแล้ว คุณจะได้เป็นคนมาผ่าตัด

 

จนกระทั่งวันนี้ อาจารย์ได้โทรมาแจ้งกับนิชคุณว่าไม่ผ่านการพิจารณาจากคุณแทคยอน ผู้เป็นพี่ชายของอูยอง นิชคุณแทบจะบ้าคลั่งเมื่อได้ยินอาจารย์บอกมาแบบนั้น  

“อาจารย์ครับ ผมมั่นใจนะว่าผมจะสามารถผ่าตัดให้อูยองได้สำเร็จและปลอดภัย อาจารย์ลองแจ้งเขาไปอีกรอบได้ไหมครับ”    นิชคุณบอกกับอาจารย์อย่างร้อนใจ

 

“จะให้ทำยังไงล่ะหมอ ก็คุณแทคยอนเขาปฏิเสธเสียงแข็งมาขนาดนี้”

 

“อาจารย์ครับ แต่ถ้าเรายิ่งปล่อยให้เวลาผ่าไปเฉยๆมันไม่มีประโยชน์นะครับ อูยองต้องได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุด”   นิชคุณทั้งกังวลและเป็นห่วงอูยอง จากที่เขาดูชาร์ตอาการและผลตรวจของอูยองตอนนี้ยังโชคดีที่ก้อนเนื้องอกยังขนาดเล็ก ถ้าปล่อยไว้เป็นเวลานาน มันก็ยิ่งจะก้อนใหญ่ขึ้น ยิ่งอันตราย  เพราะฉะนั้นเขาไม่อยากให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

 

“ข้อนี้อาจารย์รู้ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ อาจารย์ก็อยากจะเชียร์ให้คุณแทคยอนเลือกหมอมาเป็นคนผ่าตัดนะ แต่เชียร์ยังไงเขาก็ไม่เอา”

 

“งั้นผมจะไปคุยกับคุณแทคยอนเองครับอาจารย์”

นิชคุณรู้แค่ว่าเขาต้องเป็นคนผ่าตัดให้อูยอง ไม่ว่ายังไงเขาก็จะหาทางช่วยอูยองให้ได้

 

 

.

.

.

TBC-----> 

 

 

Talk

 

ตอนนี้บอกเลยว่ายาวมากมายก่ายกอง เวิ่นเว้อเยอะแยะมาก   สงสารอูยองอีกแล้วฮืออ   เจอเรื่องร้ายๆกี่อย่างแล้วเนี่ย

เอาใจช่วยคุณพี่พระเอกของเราด้วยนะคะโผล่มาสักทีนะ ไปสร้างเรื่องไม่ดีกับน้องชายคุณแทคยอนไว้ก็เหนื่อยหน่อยนะจ้ะพ่อหนุ่ม 5555 

ตอนนี้มีอ๊คเคมาให้ฟินกันด้วยเบาๆ ให้มาช่วยดำเนินเรื่อง>< 

ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไปพระเอกของเราจะเริ่มออกโรงแบบจริงจังแล้ว  ค่อยๆเป็นค่อยๆไปอย่าเบื่อกันก่อนน้า~~  เจอกันตอนหน้าพร้อมพี่พระเอกของเราแบบเต็มสตรีม 5555

 

 

ปล. ต่อไปนี้จะย้ายไปลงในเด็กดีแล้วก็wordpressแล้วนะคะ จะไม่ลงในนี้แล้วน้า 

https://mykhunwoo.wordpress.com/2015/11/07/fic-khunwoo-love-and-hate-4/

http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1396202&chapter=4

*ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์เลยน้า ชอบอ่านคอมเม้นท์ เพราะมันคือความสุขของไรท์5555 *

Comment

Comment:

Tweet