[Fic khunwoo] Love and hate 3

posted on 29 Oct 2015 20:25 by ilovekw

Title:Love and hate 3

Couple: KhunWoo

Writer: ilovekw

Rate : PG 

 Gente :  dark drama and Romantic

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้จากห้องนอนกลายเป็นห้องสอบสวนระหว่างพี่ชายกับน้องชายไปซะแล้ว เช้าวันอาทิตย์แทนที่จะเป็นวันที่สดใส แต่แทคยอนกลับมานั่งทุกข์ใจกับเรื่องของอูยองตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนแทคยอนแทบอยากจะปลุกน้องขึ้นมาคุยเรื่องยาตัวนั้นให้รู้เรื่อง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะน้องได้หลับไปแล้ว จะมีก็แต่แทคยอนนั่นแหละที่กระวนกระวายใจจนนอนไม่หลับ วันนี้แทคยอนเลยรีบถามน้องให้รู้เรื่องไปเลยว่าคิดจะทำอะไรกันแน่

 

 

“เปล่าฮะ ไม่ได้จะทำอะไรเลย” อูยองเม้มปากแน่นและหลบสายตาพี่ชายที่กำลังจ้องจับผิดเขาอยู่ อูยองไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เอาซะเลย

 

 

“แน่ใจ?” แทคยอนถามย้ำอีกครั้งเพราะเขารู้ฤทธิ์ของยาตัวนั้นดี และเท่าที่เขาตามอ่านหรือเจอมาในข่าว คนที่เป็นหมอหรือพยาบาล มักแอบเอาออกมาใช้ในทางที่ผิด           คือการฆ่าตัวตาย แล้วนี่ อูยองไปแอบเอายาตัวนั้นแล้วก็อุปกรณ์พร้อมที่จะฉีดเข้าเส้นเลือดขนาดนั้น จะให้แทคยอนเชื่อเหรอว่าอูยองไม่ได้คิดที่จะทำอะไร

อูยองเอาแต่นั่งเม้มปากเงียบไม่ยอมตอบอะไรพี่ชายเลย ทำเอาคนเป็นพี่จะแทบบ้าคลั่งอยู่แล้ว

 

“อูยอง! พี่จะถามอีกครั้ง! ว่าไม่มีอะไรจริงๆเหรอ?!” ครั้งนี้แทคยอนถามน้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดบวกกับน้ำเสียงเข้ม            ทำเอาคนที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ถึงกับสะดุ้ง แต่อูยองก็ยังคงไม่ตอบอะไรอีกอยู่ดี แทคยอนได้แต่ถอนหายใจออกมายาวๆอย่างเหนื่อยอ่อนกับความปากแข็งของน้องชายตัวเองจริงๆ

“โอเค ถ้าน้องไม่ยอมตอบอะไร งั้นพี่จะสั่งยกเลิกการนำเข้ายาตัวนั้น ไม่ต้องให้มีใครใช้มันเลยยาตัวนี้!” แทคยอนว่าแล้วก็ยกมือถือขึ้นมากดโทรออกไปที่บริษัททันที มือเล็กรีบคว้ามือถือของพี่ชายมากดตัดสายทิ้งทันที

 

“อย่านะครับพี่แทคยอน อย่าทำแบบนั้น”   อูยองรู้ดีว่ายาตัวนี้มันมีความสำคัญกับผู้ป่วยบางกลุ่ม ถ้าพี่แทคยอนยกเลิกนำเข้ายาตัวนี้ ความซวยก็จะตกอยู่ที่คนไข้กลุ่มนี้ทันที

 

“งั้นน้องก็ตอบพี่มาสิว่าน้องเอายาตัวนั้นมาคิดจะทำอะไร”   จริงๆแทคยอนรู้ดีอยู่แล้วว่าอูยองคิดจะทำอะไร แต่แค่อยากได้ยินจากปากน้อง แทคยอนแค่อยากรู้ว่าอูยองคิดจะทำแบบนั้นจริงๆหน่ะเหรอ น้องชายที่แสนจะบอบบางและอ่อนโยนมีความคิดที่จะทำแบบนั้นจริงๆเหรอ

 

“คือ....น้อง..” อูยองก็ยังอ้ำอึ้งที่จะตอบคำถาม   แถมยังเอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตาพี่ชายอีกต่างหาก แทคยอนเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากจะเค้นเอาคำตอบจากน้องแล้วล่ะ ตอนนี้เขาไม่ควรทำให้น้องเครียดไปกว่านี้

 

“เอาล่ะๆ อย่าคิดทำอะไรบ้าๆอีก พี่มีน้องคนเดียว พี่ไม่อยากเสียใครไปอีก” พูดพลางปาขวดยาและเข็มฉีดยาพวกนั้นลงถังขยะเต็มๆแรงจนขวดยาแตกกระจาย อูยองช้อนตามองพี่ชายด้วยแววตาสำนักผิด จนในที่สุดก็ต้องยอมสารภาพออกมา

 

“ขอโทษครับที่น้องคิดอะไรแบบนั้น บางทีน้องแค่คิดว่าอยากหายไปจากโลกใบนี้ ไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นแล้ว บ่อยครั้งที่น้องคิดถึง..เอ่อ..นิช..คุณ...จนนอนไม่หลับ มันทรมานนะครับพี่แทคยอน ทรมานยิ่งกว่าคนป่วยโรคร้ายซะอีก”

แทคยอนหันมามองหน้าน้อง เขาเห็นแต่ความเศร้าแล้วก็น้ำตาที่กำลังคลอเบ้าอยู่ตอนนี้ ก็อดสงสารน้องไม่ได้ เขารู้ดีว่าการที่จะลืมใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก            ที่เขาให้คนตามสืบเรื่องอูยอง เขาก็รู้ว่านิชคุณกับอูยองคบกันมานาน จะให้อูยองลืมง่ายๆ มันไม่ได้หรอก       แต่ตอนนี้อูยองกำลังฟุ้งซ่าน เหมือนเด็กที่เจอปัญหาแล้วหาทางออกไม่ได้

 

“อูยองฟังพี่นะ”   มือหนายกขึ้นมาลูบหัวคนเป็นน้องเบาๆอย่างปลอบโยน

 

“น้องเคยบอกพี่ว่าอยากเป็นคุณหมอไม่ใช่เหรอ อยากรักษาคนให้หายเจ็บป่วยไม่ใช่เหรอ? แล้วสิ่งที่ว่าที่คุณหมอทำอยู่ คือกำลังคิดที่จะทำลายตัวเองเพราะคนคนเดียว พี่ว่ามันเป็นทางออกที่ไม่ถูกต้อง น้องลองคิดดูให้ดีๆ”

 

อูยองเม้มปากแน่นก้มหน้าคางชิดอกไม่พูดไม่จาอะไร อูยองเงียบไปสักพักเพื่อคิดทบทวนความคิดอันตรายของตัวเองก่อนจะพ่นลมหายใจออกมายาวๆ

 

“อารมณ์ที่น้องคิดถึงเค้า มันเจ็บปวดเหลือเกินพี่แทคยอน บางทีการฆ่าตัวตายอาจจะง่ายกว่าการห้ามตัวเองไม่ให้คิดถึงเค้าซะอีก” พอพูดถึงเรื่องที่เจ็บปวด อูยองก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา     น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลอาบแก้มเพราะเรื่องเดิมๆ การร้องไห้มันไม่ได้ทำให้อูยองรู้สึกดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย อูยองเองก็เจ็บปวดเหมือนกันที่เผลอคิดอะไรบ้าๆแบบนั้น

 

“พี่อยากให้น้องคิดว่ายังมีพี่อีกคน ไม่ได้มีแค่มันคนเดียว” ว่าพลางเช็ดน้ำตาออกให้น้องอย่างปลอบโยน อูยองเป็นเด็กสดใส ร่าเริง เขาไม่เคยคิดเลยว่าอูยองจะมีความคิดแบบนี้เข้ามาในหัว แทคยอนเองก็ตกใจเหมือนกันที่อูยองขาดสติ จนคิดจะทำเรื่องบ้าๆ

 

 

“ขอโทษนะพี่แทคยอน ที่น้องคิดเรื่องโง่ๆ”    อูยองอยากจะขอบคุณและขอโทษพี่ชายจริงๆ ตอนนี้อูยองรู้แล้วว่าเขาเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่มีพี่ชายที่ดีแบบนี้ อย่างน้อยก็ยังมีคนที่รักเขามากที่สุดคนนึง

“อืม อย่าขอโทษพี่เลย ขอโทษตัวเองเถอะร่างกายทรุดโทรมไปถึงไหนต่อไหนแล้ว รู้ตัวบ้างมั้ย ไม่สดใสแบบเมื่อก่อน พี่ก็อดเป็นห่วงได้ พี่ว่าน้องควรหากิจกรรมอย่างอื่นทำให้ลืมๆมันไปซะ พี่รู้ว่าลืมยาก แต่ถ้าหากิจกรรมอย่างอื่นทำน่าจะดีขึ้นนะ”

 

“เห้อออ~~” พอได้ยินแบบนั้นอูยองก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ไม่มีเวลาหรอกครับพี่แทคยอน ช่วงนี้น้องเรียนหนัก” พอนึกถึงตารางชีวิตตัวเองในแต่ละวันแล้ว อูยองรู้สึกท้อใจเหลือเกิน แต่ละวันเช้ายันเย็น เขาแทบไม่ได้หยุดพักไหนจะเรียน ไหนจะอ่านหนังสือสอบ ไหนจะต้องเป็นแพทย์ฝึกหัด แค่นี้ตารางก็แน่นเอียดแล้ว       จะให้เอาเวลาว่างที่ไหนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นล่ะ

 

“เอางี้ เลี้ยงสัตว์สักตัวดีมั้ย น้องอยากเลี้ยงหมามั้ยล่ะ”

จริงๆแล้วไอเดียนี้ เป็นไอเดียของจิตแพทย์คิมมินจุน ที่แทคยอนแอบไปปรึกษาอาการของอูยองกับมินจุนอยู่บ่อยๆ เพราะแทคยอนเห็นน้องเป็นแบบนี้ก็ไม่สบายใจเหมือนกัน หมอมินจุนวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าอูยองเป็นโรคซึมเศร้า ต้องได้รับการบำบัดและการดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียวเด็ดขาด         มินจุนเลยลองให้แทคยอนหาอะไรให้อูยองทำสักอย่าง ซึ่งข้อแนะนำของมินจุนคือ อาจหาสัตว์ให้อูยองเลี้ยงสักตัวก็ได้ เพราะมินจุนรู้ดีว่าแทคยอนเองก็คงไม่มีเวลาอยู่กับน้องเท่าไหร่ การเลี้ยงสัตว์น่าจะเป็นทางออกที่ดี

 

พออูยองได้ยินข้อเสนอของพี่ชายใจดี ก็ทำเอาใบหน้าเศร้าถูกรอยยิ้มสดใสเข้ามาแทนที่ทันที   อูยองดีใจจนฉีกยิ้มกว้างให้กับพี่ชาย รอยยิ้มนี้แทคยอนไม่ได้เห็นมันมานานมากแล้ว จนทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าอูยองคงดีใจจนลืมเรื่องที่เกิดเมื่อคืนได้สักพักนึงล่ะ

 

“เลี้ยงได้เหรอครับ?” อูยองช้อนตามองพี่ชายถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ที่อูยองถามย้ำก็เพราะเคยขอพี่แทคยอนเลี้ยงหมาครั้งนึงแล้ว พี่แทคยอนไม่อนุญาต ตอนนั้นจำได้ว่าจะอ้อนงอแงอยากจะเลี้ยงยังไงพี่แทคยอนก็ไม่ให้เลี้ยง เพราะพี่แทคยอนไม่ชอบหมา

 

“อืมได้สิ พี่อนุญาต” แทคยอนตอบแล้วลูบหัวน้อง เขาไม่รู้การเลี้ยงสัตว์สักตัวมันจะช่วยให้       อูยองลืมเรื่องบ้าๆนั่นได้มั้ย แต่เขาก็อยากจะช่วยน้องเท่าที่เขาจะสามารถช่วยได้      ถึงแม้ว่า   แทคยอนเองจะไม่ชอบหมาก็ตาม เขาก็ต้องอดทดเพื่อความสุขของน้อง

 

.

.

.

.

.

.

.

.

หนึ่งอาทิตย์ถัดมาหลังจากที่พาอูยองไปซื้อลูกหมาตัวน้อยมาเลี้ยง แทคยอนสังเกตเห็นได้ว่า     อูยองร่าเริงขึ้นมากจริงๆ จากเดิมเอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้อง เก็บตัวเอง อ่านแต่หนังสือเพื่อสมองจะได้ไม่ว่างคิดถึงเรื่องเจ็บปวดที่ถึงแม้จะผ่านนานแล้วแต่อูยองก็ยังไม่ลืม          ตอนนี้อูยองหันมาทำกิจกรรมกับเจ้าลูกหมาตัวน้อย ชื่อมิงกิ เป็นชื่อที่แทคยอนเป็นคนตั้งให้เอง ถึงแม้ว่าแทคยอนเองจะไม่ชอบหมาก็ตาม แต่มิงกิทำให้ชีวิตอูยองดูสดใสขึ้น แค่นี้เขาก็ดีใจแล้ว และที่สำคัญ         แทคยอนคงต้องไปขอบคุณมินจุนซะแล้วแหละที่อุส่าช่วยวิเคราะห์อาการของน้องแล้วก็ช่วยชี้แนวการการบำบัดให้

 

 

 

“อ่า~ มิงกินี่กินเยอะจริงๆเลยนะเนี่ย กินเยอะเดี๋ยวพี่เลี้ยงไม่ไหวนะ” อูยองบ่นพลางเทอาหารเม็ดลงให้มิงกิเป็นรอบที่สาม ซึ่งถาดอาหารมิงกิงมันไม่ใช่ถาดเล็กๆพอที่จะกินแป๊บเดียวแล้วหมด

 

“ตัวก็เล็กแค่เนี้ยกินจุจังเลย” อูยองอุ้มมิงกิให้มานั่งตักของตัวเอง แล้วก็ยกถาดอาหารเม็ดขยับเข้าไปใกล้ๆปากให้มิงกิได้กินง่ายๆ มือที่ว่างอีกข้างนึงก็ลูบหัวเจ้าหมาน้อยไปมาอย่างเอ็นดู แป๊บเดียวอาหารที่อูยองพึ่งเทลงไปก็หมดลง ไม่รู้ไปหิวโหยมาจากไหนกัน

 

“มิงกิพี่ต้องไปเรียนแล้วล่ะ”   พอมิงกิได้ยินอูยองพูดแบบนั้น มิงกิก็เอาแต่ร้องหงิงๆราวกับไม่อยากให้อูยองไปเรียนยังไงอย่างงั้น

 

“มิงกิฟังรู้เรื่องด้วยรึไง!!” พอมิงกิเริ่มจะงอแงอูยองก็ทำเสียงดุทันที

หงิง หงิงๆ~~ มิงกิเอาแต่ร้องหงิงๆแล้วเอาหน้าซุกตักของอูยองไม่ยอมลุกหนีออกไปไหน

 

“อย่างอแงสิมิงกิ~”

หงิง~ หงิง ~

 

“ถ้าเป็นไปได้พี่อยากพามิงกิไปเรียนด้วยจัง แต่คุณลุงยามคงไล่ออกมาแหงๆ ถ้ามิงกิมัวแต่ร้องหงิงๆอยู่แบบนี้มันจะทำให้พี่ไปเรียนสายนะรู้มั้ย?”   สุดท้ายเจ้ามิงกิก็ยอมเงียบลงอย่างว่าง่าย

 

“แล้วจะรีบกลับมาเล่นด้วยนะ”

อูยองลุกขึ้นอุ้มพามิงกิไปส่งที่บ้านหลังน้อยที่พี่แทคยอนเป็นคนซื้อให้พร้อมกับตอนที่ซื้อมิงกิมานั่นแหละ ด้วยความที่บ้านมิงกินั้นหลังเล็กอูยองต้องย่อตัวลงก่อนจะวางมิงกิลง พอลุกขึ้นทำเอาอูยองหน้ามืดและปวดหัวจี๊ดขึ้นจนอูยองแทบจะทรงตัวไม่อยู่

“อ่า อายุก็ยังไม่เยอะ วูบยังกะคนแก่เลยแฮะ” มือเล