[Fic khunwoo] Love and hate 2

posted on 18 Oct 2015 17:23 by ilovekw

Title:Love and hate 2

Couple: KhunWoo

Writer: ilovekw

Rate : PG 

Gente :  dark drama and Romantic

 

 

นี่เรื่องก็ผ่านมานานแล้วอูยองยังทำใจไม่ได้อยู่ดี มันเหงา เจ็บปวด มันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ที่ผ่านมาอูยองเหมือนเป็นโรคซึมเศร้าเขาเก็บตัวเงียบ เพื่อนที่มหาวิทยาลัยก็สังเกตเห็นว่า

อูยองไม่เหมือนเดิม แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเพราะอะไรอูยองถึงเป็นแบบนี้ เหตุก็เกิดจากคนคนเดียวนั่นแหละ

 

 

 

วันนี้ก็เช่นกัน นานๆทีอูยองจะมีโอกาสได้ทานเข้าพร้อมกับพี่ชาย ปกติอูยองจะดีใจมากที่ได้นั่งทานข้าวเช้ากับแทคยอน เพราะพี่แทคยอนเองก็งานยุ่ง บางทีไปคุยงานที่ต่างประเทศไปเป็นเดือนๆ ไม่ค่อยได้ทานข้าวด้วยกันหรอก ถ้าได้ทานข้าวด้วยกันเมื่อไหร่นะ อูยองมีอะไรจะเล่าให้พี่ชายฟังเยอะแยะมากมาย

จนคนที่เป็นพี่ขี้เกียจจะฟังเด็กน้อยขี้โม้   วันนี้อูยองมาแปลก แปลกจนแทคยอนสังเกตได้ว่าอูยองไม่สดใสแบบเมื่อก่อน แต่ไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร

 

 

 

“อูยอง”

 

 

“_____”

 

 

“อูยอง”   แทคยอนเรียกชื่อน้องเป็นรอบที่สองเจ้าของชื่อยังไม่ตอบรับกับเสียงที่เขาเรียก

 

“_______”

 

 

“อูยอง…” แทคยอนขยับเข้ามาใกล้ๆและเรียกชื่อคนเป็นน้อง เป็นรอบที่สาม

ทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้ง

 

 

“ค ครับ มีอะไรเหรอครับ” สติอูยองไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาซะเลย

 

“ไม่สบายเหรอ? หรือเครียดเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

 

“สบายดีฮะ ไม่ได้เครียดครับ” อูยองเม้มปากแน่นก้มหน้าก้มตาเขี่ยข้าวในจาน

จนข้าวในจานกระเด็นออกมานอกจานแล้ว

 

“เป็นอะไรไป” แทคยอนเห็นท่าไม่ดีถามน้องด้วยความเป็นห่วง อูยองก้มหน้าแล้วก็ส่ายหน้าไปมา เชิงบอกว่าไม่เป็นอะไร

 

แทคยอนเองก็งานยุ่งไม่ค่อยได้มีเวลาได้ดูแลน้องสักเท่าไหร่ ไม่ได้ถามเรื่องเรียนไม่รู้ว่าเรียนหนักหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นเรื่องเรียน เรียนหนักแค่ไหนแทคยอนมั่นใจว่าน้องเขาไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่นอน  แต่ตอนนี้เขาไม่รู้จริงๆว่าน้องเป็นอะไร ที่รู้แน่ๆคืออูยองไม่เหมือนเดิม

 

 

 

“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้พี่ฟังได้ไหม” แทคยองขยับเข้าไปใกล้ๆน้องแล้วก้มลงไปมองหน้าเด็กน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขี่ยข้าวในจาน กินก็ไม่ยอมกิน      

อูยองยอมเงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นพี่ แววตาเศร้าแถมตอนนี้น้ำตายังคลอหน่วยอีกต่างหาก เห็นท่าไม่ดีแทคยอนจึงรั้งร่างน้อยเข้ามากอดปลอบ เด็กน้อยกอดเอวพี่ชายแน่นพร้อมบอกว่าไม่เป็นอะไรก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดพี่ชายตัวโต

 

 

“ไม่มีอะไรจริงๆครับพี่แทคยอน แต่จริงๆแล้วก็แค่เครียดๆนิดหน่อยหน่ะครับ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเพราะได้ทานข้าวกับพี่แทคยอนไง ทานเข้ากันต่อเถอะครับเดี๋ยวพี่ไปทำงานสายน้า...” อูยองทำเป็นไม่มีอะไรแล้วยิ้มให้กับพี่ชาย

 

 

แทคยอนลูบหัวน้องแล้วยิ้มกลับให้น้อง พรางคิดว่าไม่ใช่....รอยยิ้มอูยองไม่ใช่แบบนี้ ต้องสดใสกว่านี้สิ

 

“ต้องมีสิ... มันต้องมีอะไรแน่ๆ” แทคยอนเพียงแค่คิด และเขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครหน้าไหนมันทำให้ให้น้องเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนขนาดนี้

 

 

“อืม เรามาทานข้าวกัน ไม่ได้ทานข้าวด้วยกันนานเลยเนอะ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จพี่ไปส่งเอง” พูดจบก็ตักของโปรดที่น้องชอบทานใส่จานให้หลายๆอย่าง

 

“ทานเยอะๆ ดูซิน้องพี่ผอมลงเยอะนะเนี้ย”

 

 

 

         สิ่งที่สังเกตเห็นอีกอย่างคือ วันนี้อูยองไม่ปฏิเสธที่จะให้เขาไปส่ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน แถมยังรีบไล่ให้พี่รีบไปทำงานอีกต่างหาก ทำยังกะจะมีใครแอบมารับยังไงอย่างงั้น แต่แทคยอนก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเมื่อก่อนน้องก็ดูมีความสุขดี

 

 

พอถึงโรงพยาบาลที่อูยองกำลังมาเป็นแพทย์ฝึกหัด อูยองก็รีบขอบคุณพี่ชายและกำลังจะก้าวลงจากรถก่อนที่จะสาย

 

“อย่าพึ่ง ให้พี่ไปด้วยสิ พี่จะไปส่งถึงห้องทำงานเลย” แทคยอนพูดพรางรีบเปิดประตู และกำลังก้าวขาลงจากรถ

 

 

“อย่าครับพี่แทคยอน” อูยองรีบห้ามทันที เขารู้ว่าถ้าพี่ไปส่ง ชีวิตอูยองจะเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบทันที ทุกคนจะทำดีกับอูยอง จะไม่ดุไม่ว่า ไม่กล้าใช้งานหนักทันที ก็เพราะแทคยอนคือหุ้นส่วนรายใหญ่ของโรงพยาบาลแห่งนี้

 

 

“ทำไม?”

 

 

“น้องขอร้องนะครับพี่แทคยอน” อูยองเกาะแขนพี่ชายส่งแววตาออดอ้อน ก็เพราะอูยองยังไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าน้องชายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่มาฝึกงานที่นี่ด้วย ไม่งั้นอูยองจะลำบากใจเอาซะเปล่าๆ

 

 

“พี่ตามใจเราแล้วกัน” แทคยอนยิ้มให้ และน้องตัวแสบก็รีบวิ่งไปทำงานทันที

 

 

แต่สิ่งที่แทคยอนอยากทำคือ อยากให้ทุกคนในโรงพยาบาลรู้ว่าอูยองคือน้องชายของเขา ประกาศให้รู้ไปเลย จะได้ไม่มีใครกล้าทำให้อูยองขุ่นเคืองใจ อยากรู้นักว่าใครกล้าบังอาจทำให้

อูยองไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ตอนนี้ ในวงการแพทย์แทคยอนเองก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ของโรงพยาบาลใหญ่ๆอยู่หลายแห่ง ก็เพราะเขาเห่อน้องชายตัวเองที่ตอนนั้นสอบเข้าเรียนหมอได้จนไล่กวาดซื้อหุ้นโรงพยาบาลไว้เยอะแยะมากมาย จะว่าไปในวงการแพทย์แทคยองก็มีอำนาจมากเหมือนกันเพราะเขาทำธุรกิจส่งออกและนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์และยาที่ส่งให้กับโรงพยาบาลใหญ่ๆในเกาหลี

และเรื่องอูยองเขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นต้นเหตุ และถ้าแทคยอนรู้ ก็จงเตรียมรู้อนาคตของตัวเองได้เลย อย่าหวังว่าจะได้ทำงานในโรงพยาบาลระดับท็อปเท็นของเกาหลี ไม่ว่าจะเก่งมาจากไหนก็ตาม.....เขาจะเล่นงานให้ไม่ได้เกิดเลยคอยดูสิ

.

.

.

.

.

.

“วันนี้เหนื่อยอะไรอย่างงี้เนี้ย” อูยองบ่นพรางบิดขี้เกียจก่อนจะเอนตัวลงนอนราบไปกับเตียงนุ่มๆที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีสดใส พร้อมกอดตุ๊กตาคู่ใจ

วันนี้คนไข้เยอะกว่าปกติอาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์   ต้องตามอาจารย์ไปดูทุกเคส กว่าจะได้กลับบ้านล่อไปห้าทุ่ม

เหนื่อย.... อูยองเหนื่อยเหลือเกิน อูยองไม่อยากไปต่อแล้วได้ไหมรู้สึกหมดกำลังใจเหลือเกิน อยากหยุดอยู่แค่ตรงนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่มีเรื่องของคนเห็นแก่ตัววิ่งเข้ามาในหัว เขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้ใช่ไหม..... บางทีอูยองก็คิดว่าควรเลิกคิดถึงนิชคุณได้แล้ว

 

อูยองนอนหลับตาคิดทบทวนไปมา นี่เวลาก็ล่วงเลยมีจนจะเป็นปีแล้วนะที่เค้ามัวแต่คิดถึงคนเห็นแก่ตัวนั่น ทั้งๆที่รู้ว่าคิดถึงนิชคุณแล้วมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย มีแต่ทำให้ตัวเองทุกข์ใจอยู่ฝ่ายเดียว เขาควรหยุดคิดได้แล้วจริงๆ อารมณ์เหนื่อยๆอูยองก็อยากมีคนใหม่ไว้ให้อ้อนเหมือนกันนะ แต่อูยองก็คงทำใจให้ไปมีรักใหม่ไม่ได้หรอก ก็เพราะอูยองกลัว...กลัวจะถูกกระทำแบบไอ้คนเห็นแก่ตัวคนนั้น อูยองกลายเป็นคนกลัวความรักไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน.... ทั้งๆที่เมื่อก่อนความรักมันทำให้อูยองมีความสุขที่สุด

 

ขณะที่อูยองกำลังคิดอะไรไปมาตีกันในหัวรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา จนอูยองต้องยกมือขึ้นมากุมหัวทันที อูยองบอกกับตัวเองว่าควรพักผ่อนได้แล้วนี่ก็ดึกมากแล้วด้วย อูยองกำลังเคลิ้มหลับได้ที่

ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำเอาอูยองสะดุ้งตื่น

อูยอง สลึมสลือแล้วค่อยๆหรี่ตามองที่หน้าจอมือถือ

 

 

 

-“คนเห็นแก่ตัว”-

 

 

 

อูยองได้เปลี่ยนชื่อที่เคยเม็มไว้จากคนรักกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปแล้ว

พอเห็นเบอร์คนที่ไม่เคยโทรหากันนานแรมปีทำเอาอูยองแปลกใจเหมือนกัน ทำไมวันนี้โทรมาได้ล่ะ ด้วยความที่อูยองอยากรู้ก็เลยตัดสินใจรับสายแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป มีเพียงปลายสายที่พูดออกมา

 

 

 

“อูยองสบายดีไหม”

 

 

 

พอได้ยินคำแรกที่เอ่ยทักกันทำเอาอูยองแสยะยิ้มให้กับเสียงปลายสาย ยังมีหน้ามาถามคนที่ตัวเองบอกเลิกว่าสบายดีไหม? คนที่ตัวเองทำเอาเจ็บเจียนตายจำไม่ได้เหรอ บอกเลิกเขาแบบไร้เยื่อไย เขาโดนบอกเลิกควรจะสบายดีเหรอ คบกันมาห้าหกปี โดนบอกเลิกยังต้องสบายดีอยู่ไหม

กล้าถามคำถามนี้ได้ยังไง

 

 

 

“มีอะไร” น้ำเสียงอูยองตอบกลับอย่างไร้เยื่อไย    ใช่...เมื่อก่อนเขาเคยเป็นของนิชคุณทั้งตัว และหัวใจ อูยองให้นิชคุณทุกอย่าง แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาให้ไปกลับโดนอีกฝ่ายโยนมันทิ้งไป จนตอนนี้เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ตอนนี้อูยองรู้จักแค่คนที่ชื่อนิชคุณเป็นคนเห็นแก่ตัวคนนึง

 

 

“เรียนหนักไหม เป็นแพทย์ฝึกหัดแล้วนี่เรา เป็นยังไงบ้าง”

 

 

อูยองยังใช้ความเงียบเป็นคำตอบ ไม่อยากคุย ไม่อยากฟังที่อีกฝ่ายพูดออกมา ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่ต้องทำเป็นถามสารทุกข์สุขดิบกันหรอก

 

 

“พี่คิดถึงอูยอง”

 

คำที่อูยองได้ยิน ไม่ได้ทำให้อูยองยิ้มดีใจเลยสักนิด ตอนนี้เขาไม่เหลือมิตรภาพอะไรให้กับนิชคุณอีกแล้วล่ะ จะเหลือก็แต่ความเกลียด ความแค้น ความเจ็บใจ

 

 

“โทรผิดแล้วมั้ง!!” อูยองตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

 

“พี่ทะเลาะกับแฟน” นิชคุณไม่ได้บอกให้อูยองรู้หรอกว่ามีแฟนใหม่ แต่เขาก็รู้แล้วว่า อูยองต้องรู้อยู่แล้ว เพราะเขาลงรูปคู่กับแฟนใหม่ลงบนโซเชียลออกจะบ่อย

 

อูยองจุกจนพูดอะไรไม่ออก เขาไม่ได้เป็นคนไร้หัวใจที่จะไม่รู้สึกอะไร ที่คนรักเก่าจะมาบอกกับตัวเองว่าทะเลาะกับแฟนใหม่ จะให้เขาทำอะไรเหรอ? นิชคุณต้องการอะไรเหรอ?

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ยังอยากกลับไปหานิชคุณเขาอาจแช่งให้สองคนนี้เลิกกัน เพื่อพี่คุณจะได้กลับมารักเขาเหมือนเดิม

 

 

“พี่ขอโทษนะที่มีเรื่องไม่สบายใจ แล้วคิดถึงอูยองเป็นคนแรก พี่ไม่มีใครที่คุยด้วยแล้วสบายใจแบบอูยองเลยนะ”

 

     หน้าด้าน เย็นชา จิตใจทำด้วยอะไร จะมาปรึกษาเรื่องแฟนใหม่กับแฟนเก่า เป็นบ้าหรือเปล่าอูยองเพียงแค่คิด เขาเงียบแล้วหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาก็ไหลออกมา บวกกับความเจ็บปวด เขามั่นใจว่าตอนนี้เขาเจ็บยิ่งกว่าการผ่าตัดที่ไม่ถูกวางยาสลบ อูยองรีบสูดหายใจเข้าลึกๆและปาดน้ำตาออกจากแก้ม ตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ

 

“ผมไม่ใช่จิตแพทย์! ที่ใครมีเรื่องไม่สบายใจแล้วจะโทรปรึกษาเมื่อไหร่ก็ได้!!” อูยองตอบกลับและพยายามความคุมเสียงไม่ให้สั่น ตอนนี้นิชคุณจะรู้ไหมว่าอูยองเจ็บปวดแค่ไหน

“พี่ควรไปพบจิตแพทย์บ้างนะ ไปเช็คว่าจิตใจของพี่ยังปกติดีอยู่หรือเปล่า หรือว่าพี่ไม่มีหัวใจ?”

 

“พี่ขอโทษ พี่...พี่คิดว่าพี่คุยกับเราได้คนเดียว”

 

“…………..”

 

“ขอพี่คุยกับอูยองได้ไหม ตอนนี้พี่ไม่ค่อยสบายใ..”

 

“หุบปาก!”     อูยองรีบแทรกขึ้น เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพูดก้าวร้าวแบบนี้กับนิชคุณเลย ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มานั่งด่านิชคุณว่าเห็นแก่ตัว

 

อูยองปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ทำไมเวลาไม่มีปัญหาอะไร ไม่คิดถึงเขาเลยเหรอ ตั้งแต่วันที่บอกเลิกกันก็ไม่เคยโทรหากันเลย แล้วนี่โทรมาจะมาปรึกษาเรื่องแฟน

“คนเห็นแก่ตัว!” อูยองได้แต่กัดฟันพูดและกดตัดสายทันที

 

ใบหน้าขาวเนียนก้มหน้าซุกลงบนหมอนใบนิ่มแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับตอนนี้เขากำลังจะขายใจตาย โดนบอกเลิกยังเจ็บปวดไม่พออีกเหรอ เขาจะต้องเจ็บปวดไปถึงเมื่อไหร่กัน

 

 

 

แทคยอนที่เดินผ่านมาทางห้องอูยอง เห็นไฟยังไม่ปิดเลยแวะเข้ามาหาน้อง เห็นช่วงนี้ดูสีหน้าไม่ค่อยไม่ดี พอเข้ามาก็เห็นน้องหลับไปแล้ว จึงจัดแจงท่านอนให้ใหม่พรางบ่น

 

 

“นอนซุกหน้าเข้าหมอนแบบนี้เดี๋ยวได้หายใจไม่ออกกันพอดี”

 

 

หลังจากนั้นพี่ชายคนดีก็จัดแจงห่มผ้าให้ สิ่งที่แทคยอนเห็นคือน้องนอนกำมือถือแน่น แก้มสองข้างเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา แทคยอนใช้มือหนาค่อยๆเช็ดน้ำตานั้นออกให้ เขาค่อยๆแกะมือถือออกจากมือน้องและขอแอบดูสายล่าสุดที่คุยกันหน่อย

 

 

สายล่าสุด -คนเห็นแก่ตัว-

 

 

 

“มันอีกแล้วเหรอ?!!”  สายล่าสุดที่เขาดูไม่ใช่น้องชายเขาเป็นฝ่ายโทรหา แต่เป็นนิชคุณโทรเข้ามา เขาไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่มันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆน้องเขาถึงได้นอนร้องไห้ขนาดนี้

แทคยอนให้คนสืบจนรู้หมดแล้วว่าสาเหตุที่ทำให้น้องเป็นแบบนี้มันเกิดจากใคร!!

แทคยอนคิดว่าวันนี้อูยองกับนิชคุณคงมีปัญหาอะไรกันอีกแน่ๆ ถึงได้นอนร้องไห้จนหลับไปขนาดนี้ แทคยอนวางมือถือลงที่โต๊ะข้างๆหัวเตียง เขาเป็นต้องขมวดคิ้วเพราะที่โต๊ะนั้น มีทั้งยานอนหลับ ยาแก้ปวดหัว ปกติถ้าอาการไม่หนักจริงๆอูยองจะไม่แตะต้องยาเลยแม้แต่เม็ดเดียว แล้วยิ่งไปกว่านั้นแทคยอนแอบเหลือบไปเห็นบางอย่างที่คนน้องคงแอบซุกไว้ นั่นคือเข็มฉีดยา สายยางรัดต้นแขน และขวดยา แทคยอนรีบหยิบมันขึ้นมาดู ซึ่งเป็นยาอันตรายหากฉีดเข้าร่างกายเกินปริมาณทำให้ถึงชีวิตได้ เขาตกใจแล้วรีบเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองทันที

 

“คิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกันอูยอง” แทคยอนมองน้องแล้วบ่นออกมาอย่างหัวเสีย เขาไม่รู้ว่าอูยองมีความคิดแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว อยากจะขอบคุณตัวเองที่มาเห็นเข้าซะก่อน ไม่อย่างั้นอาจจะสายไปแล้วก็ได้

 

คืนนี้แทคยอนไม่ปล่อยให้อูยองนอนคนเดียวแน่ๆ เพราะไม่รู้ว่าอูยองกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ปกติอูยองเป็นคนอ่อนโยน และคิดบวกอยู่เสมอ ตอนนี้เขาอ่านความคิดน้องไม่ออก แทคยอนเห็นยาขวดนั้นแล้วทำให้คนเป็นพี่ต้องวิตกกังวล

แทคยอนแทรกตัวลงไปนอนข้างๆน้องแล้วเอื้อมมือไปกอดแล้วลูบหลังคนเป็นน้อง “เป็นเด็กตัวแค่นี้ อย่าคิดทำอะไรบ้าๆให้พี่หัวเสีย อย่าคิดจะทิ้งพี่ให้อยู่คนเดียว พี่สัญญาว่าจะปกป้องอยู่เคียงข้างน้องนะอูยอง”

 

 

 

 

TBC….

Talk

ก่อนจะคุยกันขอหลบรองเท้ารีดเดอร์ก่อนนะ ฮ่าๆ 

พี่คุณใจร้ายเนอะ สงสารอูยองจับใจ *ยื่นผ้าเช็ดน้ำตาให้สิบผืน*  โอ๋น๊าาอูยองสู้ๆ พึ่งเดินทางมาสายดราม่า ไม่รู้เป็นไงแต่งไปก็สงสารเพราะปกติหวานกุ๊กกิ๊กกันมากเลยอ่ะ 555  เจอกันตอนหน้านะจ๊ะ อาจช้าหน่อนนึงน้ารอนิดนึงน้า ^^

ที่สำคัญที่สุดคืออยากจะขอบคุณทุกคอมเม้นท์มากจริงๆ ห่างหายจากการแต่งฟิคไปนานมาก ยังมีคนอ่านแล้วก็เม้นท์ให้น่ารักที่สูดอ่ะ 

Comment

Comment:

Tweet